เลือกภาษา ไทย | English

งานของเรา
ข่าว
การดำเนินงาน
ความสำเร็จ
โครงการ
กิจกรรม
ปศุสัตว์
เกษตรหลังบ้าน
เกษตรผสมผสาน
ก๊าซชีวภาพ
การเฝ้าระวังน้ำ
กลุ่มออมทรัพย์
การอบรมเพื่อการพัฒนา
หน้าหลัก » งานของเรา » กิจกรรมของเรา » ปศุสัตว์

ปศุสัตว์

กระบือ

หลายพื้นที่ในประเทศไทย กระบือถูกแทนที่ด้วยรถไถขนาดเล็ก แต่ก็มีบางพื้นที่ที่ยังคงใช้กระบือเป็นแรงงาน นอกจากนี้ในลาว และพม่า ถ้าไม่มีมัน เกษตรกรจะต้องเตรียมการทำนาด้วยตนเอง และต้องใช้แรงอย่างมากในการทำงาน ส่งผลให้ปริมาณข้าวที่พวกเขาปลูกมีจำนวนจำกัด ชาวนาจึงขอรับการสนับสนุนจากไฮเฟอร์ฯ เพื่อให้ชุมชนมีข้าวบริโภคอย่างเพียงพอ นอกจากเลี้ยงไว้ใช้งานแล้ว กระบือยังให้ความพิเศษอื่นๆอีก กล่าวคือ สำหรับเกษตรกร กระบือคือ “สมุดบัญชีเดินได้” โดยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาวในรูปแบบของลูกสัตว์ อีกทั้งปุ๋ยคอกที่ได้จากมูลกระบือยังสามารถใช้บำรุงพันธุ์พืช และไม้ผล นอกจากนี้ องค์การไฮเฟอร์ฯ ได้ให้การอบรมในเรื่องการดูแล และผสมอาหารสัตว์ องค์กรคู่มิตรยังช่วยติดตามการเลี้ยงกระบือในพื้นที่ และช่วยชาวบ้านในยามที่เกิดปัญหา

ปฏิบัติการของไฮเฟอร์ฯ

ในพื้นที่หมู่บ้าน Kywenwataught ในเมืองปีนอูละวิน(Pyn Oolwin)จ.มัลดาเลย์ ประเทศพม่า เครื่องจักรและเชื้อเพลิงมีราคาสูง ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อหาได้ ผู้ชายมักทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน เพื่อช่วยเสริมผลผลิตทางการเกษตร พวกเขาต้องเตรียมที่นาเอง ซึ่งใช้เวลานานมาก นอกจากนี้ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตกลับมายังหมู่บ้าน พวกชาวบ้านยังต้องแบกใส่ตะกร้าขนกลับบนหลัง ซึ่งทำให้เสียเวลาและใช้กำลังมาก ส่งผลให้รายได้จากการทำงานนอกบ้านลดลง

ปี 2546 องค์กรคู่มิตรของไฮเฟอร์ฯ ในพม่า มอบกระบือให้แก่ 5 ครอบครัว ตอนนี้ชาวบ้านใช้กระบือไถนา และใช้แรงงานขนผลผลิตกลับมายังหมู่บ้าน ซึ่งช่วยประหยัดแรงงานได้ และสามารถออมแรงไว้ทำกิจกรรมด้านการผลิตอื่นๆ จากโครงการนี้ กระบือในหมู่บ้านได้รับการดูแล และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี อีกทั้งพวกมันยังยอมให้เด็กๆขึ้นขี่หลังอีกด้วย



วัว

หลายปีที่ผ่านมา รายได้ของประชากรในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น ผลลัพธ์อย่างหนึ่งที่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจคือประชาชนต้องการบริโภคโปรตีนที่มีคุณภาพสูง รวมถึงเนื้อวัวด้วย โชคร้ายที่ชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถมีเงินพอที่จะซื้อวัว แม้ว่ากระแสผู้บริโภคเรียกร้องสูง ทั้งนี้ เมื่อองค์การไฮเฟอร์ฯ มอบวัวแก่เกษตรกรที่ยากจน จึงเหมือนเป็นการเปิดช่องทางการเพิ่มรายได้ที่เคยมีอย่างจำกัด ผู้ที่รับวัวไปเลี้ยง หลายคนในชีวิตไม่เคยมีโอกาสเป็นเจ้าของ และเลี้ยงดูสัตว์ที่มีค่าเหล่านี้ นอกจากนี้ องค์การไฮเฟอร์ฯ ยังช่วยอบรมการเลี้ยงวัวให้กับเกษตรกรอย่างเข้มข้นอีกด้วย

เมื่อเริ่มโครงการ องค์การไฮเฟอร์ฯได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมปศุสัตว์และประมง (the Department of Livestock and Fisheries) กระทรวงเกษตรและป่าไม้ ในลาว ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์การคู่มิตรของไฮเฟอร์ฯ โดยร่วมกันทำการอบรมแก่ผู้รับโครงการ โดยเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ในลาว มักจะมาเยี่ยมเยียนโครงการของหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ จากการให้วัวแม่และการสนับสนุนด้านเทคนิคอื่นๆ ทำให้องค์การ ไฮเฟอร์ฯ ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพูนศักยภาพด้านงานส่งเสริมของกรมปศุสัตว์ในลาวอีกด้วย

ปฏิบัติการของไฮเฟอร์ฯ

โรคเรื้อนสามารถทำลายชีวิตของผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยโรคเรื้อนมักถูกตัดขาดจากสังคม และอยู่ภายใต้แรงกดดันให้แยกตัวออกไปอยู่ในนิคมของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากไฮเฟอร์ฯ และองค์กรคู่มิตร คือองค์การฉันทมิตร ชีวิตของคนที่เคยได้รับผลกระทบจากโรคเรื้อนก็ดีขึ้น ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ หมู่บ้านแม่ลา อ.พาน จ.เชียงราย นิคมของผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งนางอุบล ใจดี อาศัยอยู่ “เมื่อก่อนชาวบ้านไม่ยอมซื้อผักของฉันเลย เมื่อรู้ว่าฉันมาจากนิคมแม่ลาว” อุบลในวัย 42 ปีกล่าว “แต่ชีวิตในตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

เมื่อเดือนมีนาคม 2545 อุบลและสามีเธอ ร่วมกับอีก 30 ครอบครัว ได้รับโอกาสในการเลี้ยงโคเนื้อจากไฮเฟอร์ฯ และองค์การฉันทมิตรซึ่งเป็นองค์กรคู่มิตรที่ให้การช่วยเหลือทั้งในด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยโรคเรื้อนทั่วประเทศ เพื่อให้พวกเขาอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

หนึ่งปีให้หลังจากที่ได้รับวัวไปเลี้ยง มีลูกวัวเกิดมาทั้งหมด 35 ตัว รอยยิ้มอบอวลไปทั่วหมู่บ้าน ลุงเล็กสามีนางอุบลเป็นพยานของการเปลี่ยนแปลง รายได้จากวัวทำให้บ้านมีหลังคาบ้านใหม่ มีรถจักรยานยนต์ มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูกหลาน มีเงินค่ารักษาพยาบาล และใช้ในยามจำเป็นอื่นๆ



หมู

หมูเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าในด้านอาหาร และรายได้ในชนบท เกษตรกรในไทย ลาว และพม่าเพาะเลี้ยงหมูพันธุ์พื้นเมือง (พันธุ์ที่เลี้ยงพื้นราบ) เป็นเวลาช้านานแล้ว

ตามวิธีการดั้งเดิม หมูจะถูกเลี้ยงอย่างเป็นอิสระ และหากินเอง อย่างไรก็ตาม หมูก็ยังมีอัตราการตายสูง และใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี หมูถึงจะโตพอขายได้ หมูจึงขาดตลาด ไม่เพียงพอต่อการบริโภค

เพื่อให้ชาวบ้านมีหมูเพียงพอต่อการบริโภคและการขาย องค์การไฮเฟอร์ฯ จึงแนะนำโครงการที่มีความหลากหลาย อย่างแรก องค์การไฮเฟอร์ฯ ทำการอบรมด้านการดูแลสัตว์ รวมถึงการสร้างคอกหมู หรือรั้ว เพื่อลดการเกิดโรคระบาด และพยาธิ จากหมูและป้องกันการติดต่อไปสู่คน องค์การไฮเฟอร์ฯ ยังสนับสนุนหมูพันธุ์ดี ซึ่งเป็นพันธุ์ผสมระหว่างหมูพันธุ์ดั้งเดิม และหมูนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น พันธุ์เหมยซาน และดูร๊อกเจอร์ซี่ หมูพันธุ์ผสมนี้ให้น้ำหนักเร็ว เพียง 8-10 เดือนก็ขายได้ ทำให้ชาวบ้านมีแหล่งอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น และเพิ่มรายได้ การเลี้ยงหมูยังช่วยลดอัตราเสี่ยงของผลผลิตทางเกษตรที่ตกต่ำอีกด้วย

ท้ายสุด องค์การไฮเฟอร์ฯยังช่วยเกษตรกรลดค่าอาหารหมู ด้วยการสอนวิธีการผสมอาหารเลี้ยงสัตว์ด้วยการใช้ข้าวโพดที่มีในท้องถิ่น มากกว่าจะใช้อาหารผสมที่มีราคาแพงตามท้องตลาด

ปฏิบัติการของไฮเฟอร์ฯ

ภาคเหนือของไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีพื้นที่ที่สวยงามเต็มไปด้วยขุนเขาอันเขียวขจี พื้นที่นาข้าว ตัดกับสีสันของหมู่บ้านชาวเขา อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่สวยงามก็แฝงไปด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย ในแต่ละปีเด็กผู้หญิงกว่าพันคนจากหมู่บ้าน จะถูกค้าประเวณี นางอาหวู่มา โลโม เคยเป็นหนึ่งในเด็กผู้หญิงที่โชคร้ายซึ่งเคยเป็นเหยื่อ สาเหตุหลักคือความยากจน

“มันเป็นช่วงเลวร้ายและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของฉัน เมื่อฉันต้องทำงานเป็นโสเภณี แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำงานอะไร ฉันอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฉันไม่มีเงินพอที่จะซื้อข้าวให้ที่บ้าน” อาหวู่มากล่าว

ในที่สุดเธอตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่หมู่บ้านห้วยจันสี ตอนนั้นอาหวู่มาได้ลูกหมูมา 10 ตัว เธอดีใจมาก “แม้เงินที่ได้จากการขายหมูจะไม่สูงเท่ากับงานเก่าของฉัน แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องขายศักดิ์ศรีของตัวเอง และเป็นคนที่สังคมเคารพ” อาหวู่มากล่าวด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

หมูของเธอให้ลูกหมูที่มีคุณภาพมาก อาหารหมูของเธอก็ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และมีราคาถูก ชาวบ้านมักจะมาซื้อลูกหมูและอาหารสัตว์ของเธอ เพราะมีคุณภาพดี นอกจากนั้น เธอยังใช้บ่อปลาเปล่าๆใกล้กับบ้านมาเลี้ยงปลาดุก และห่าน เพื่อการบริโภค เธอชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ดังนั้นอาหวู่มาจึงได้รับการยอมรับ พวกชาวบ้านเลือกเธอให้เป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน เพราะความไว้วางใจ

“แม้ว่าฉันจะไม่สามารถลืมความเจ็บปวดในอดีตได้ แต่ฉันไม่อยากให้มันมาเป็นอุปสรรคในอนาคต” อาหวู่มากล่าว สิ่งสำคัญคือเธอสามารถทำลายกำแพงอคติของชาวบ้านในชุมชนได้ พวกเราจึงดีใจที่กิจกรรมของไฮเฟอร์ฯ ได้ช่วยทลายกำแพงนั้นลง!


ไก่

ไก่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ลาว และพม่า ตั้งแต่ตอนมนุษย์เริ่มตั้งรกราก ไก่ที่เป็นต้นตระกูลของไก่ยุคนี้ คือไก่ป่าสีแดง (Gallus gullus) ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมือง ไก่ที่เลี้ยงตามบ้านจะไม่ค่อยมีปัญหาเป็นโรคระบาด แต่จะโตช้าและให้เนื้อน้อย ไก่ถือเป็นแหล่งโปรตีนหลักอย่างหนึ่งในแถบชนบท แต่ผลผลิตจากไก่ค่อนข้างมีจำนวนจำกัด ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ และโภชนาการของชาวบ้าน

ในทางตะวันตก ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ เช่น พันธุ์เลกฮอร์น (Leghorn) และ โรดไอส์แลนด์เร็ด (Rhode Island Red) ซึ่งไก่จะโตเร็วแต่มีข้อจำกัด คือพวกเขาต้องเลี้ยงด้วยอาหารที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ (ซึ่งแพงมาก) และยังติดโรคง่ายด้วย องค์การไฮเฟอร์ฯ เลือกแนวทางที่ดีที่สุดแก่เกษตรกร โดยนำจุดเด่นของทั้ง 2 อย่างมารวมกัน โดยนำไก่พันธุ์พื้นเมือง และไก่พันธุ์ของทางตะวันตกมาผสมข้ามสายพันธุ์ จึงได้ไก่ที่มีคุณภาพดี โตเร็วมีขนาดพอเหมาะ ไม่เป็นโรคง่าย และสามารถกินอาหารไก่ทั่วไปได้ เช่น ข้าวโพดบดที่ได้จากเครื่องบดข้าวโพดที่องค์การไฮเฟอร์ฯสนับสนุนแก่หมู่บ้าน

องค์การไฮเฟอร์ฯ ยังได้อบรมเกษตรกรในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงไก่อย่างเป็นทางการ โดยมีวิทยากรมาให้คำแนะนำเพิ่มเติม

ปฏิบัติการของไฮเฟอร์ฯ

กลุ่มสตรีใน อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อพัฒนาโภชนาการในครอบครัว อีกทั้งยังบริจาคไข่ไก่เพื่องานเฉลิมฉลองของหมู่บ้าน ฝูงไก่เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะให้คุณค่าด้านสุขภาพ และโภชนาการที่ดีแก่ครอบครัวเท่านั้น แต่การแบ่งปันไข่ไก่ยังช่วยรักษาสายสัมพันธ์ในสังคมและเกื้อกูลมิตรภาพต่อกัน



แพะ

แพะไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ตั้งแต่โบราณ ยกเว้นพื้นที่มุสลิม แต่แพะก็มีการนิยมเลี้ยงในพื้นที่ เพื่อเป็นแหล่งโปรตีน และสร้างรายได้

ชาวบ้านในลาวได้รับแพะที่ชินกับสภาพอากาศในท้องถิ่น โดยเฉพาะกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นื่องจากคนนำไปเลี้ยงหลายคนไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงแพะมาก่อน กรมปศุสัตว์และการประมงจึงมีการอบรมอย่างเข้มข้นด้วยการสนับสนุนจากไฮเฟอร์ฯ



กระต่าย

ในอดีต เนื้อสัตว์ที่ใช้บริโภคของชาวบ้านตามชนบทได้มาจากการล่า แต่ก่อนสัตว์ป่าจำนวนมากอาศัยอยู่ในป่ารอบๆหมู่บ้าน ที่ดินก็มีอย่างเพียงพอ ดังนั้น ถ้าเกษตรกรต้องการขยายพื้นที่ทำการเพาะปลูก เขาก็แค่เพียงถางที่ขยายเพิ่มขึ้น

ตอนนี้ทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น กฎห้ามล่าสัตว์ ทำให้จำนวนการบริโภคสัตว์ป่าลดลง นอกจากนี้ การอนุรักษ์พื้นที่ป่า ได้จำกัดจำนวนพื้นที่ทำการเกษตร และไม่สามารถถางที่ทำกินใหม่ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก่อให้เกิดการขาดแคลนสารอาหาร ใน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการของไฮเฟอร์ฯ
เพื่อช่วยให้ชาวบ้านในชนบทได้มีอาหารที่มีคุณค่ารับประทาน องค์การไฮเฟอร์ฯ จึงสนับสนุนโครงการเลี้ยงกระต่าย ซึ่งใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย แต่สามารถเลี้ยงง่ายด้วยเศษผัก และออกลูกดก เนื้อกระต่ายไม่เพียงแต่เป็นแหล่งโปรตีนให้แก่คนในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงเทียบได้กับเนื้อปลา และมีไขมันต่ำ  นอกจากนี้ หนังของกระต่ายใช้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องประดับ ซึ่งตลาดมีความต้องการมาก การขายเนื้อและหนังกระต่าย จึงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี

สิ่งพิเศษเพิ่มเติม คือ กระต่ายของไฮเฟอร์ฯ ช่วยลดการล่าสัตว์ป่า ทุกวันนี้สัตว์ป่าทั้งหลายกำลังอยู่ในภาวะที่ใกล้สูญพันธุ์
โครงการเลี้ยงกระต่าย เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2546 เมื่อกระต่ายสายพันธุ์ดีกว่า 100 ตัวถูกนำเข้าจากจีนเพื่อ แจกจ่ายให้กับชาวบ้านผ่านโครงการหลวง โดยการสนับสนุนจากองค์การไฮเฟอร์ฯ ประเทศไทย



กบ

แต่ก่อน การจับกบตามลำธารและบ่อน้ำของสมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะเด็กๆ เป็นกิจกรรมน่าสนุกและเป็นแหล่งโภชนาการเสริม เมื่อคนมีจำนวนน้อย กบที่ถูกนำมาบริโภคก็มีไม่มาก ปริมาณกบจึงมีมากกว่าความต้องการของมนุษย์ในขณะนั้น

อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ เนื้อกบเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการจึงมีการล่าในเชิงพาณิชย์ ทำให้จำนวนกบลดลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้กบจากธรรมชาติกลายเป็นสิ่งที่หายาก เนื้อกบไม่ได้เป็นแหล่งอาหารให้กับชาวบ้านตามชนบทเหมือนครั้งก่อน ดังนั้นองค์การไฮเฟอร์ฯจึงเสนอโครงการ เลี้ยงกบเพื่อบริโภคในครอบครัว และเพื่อค้าขายตามตลาดในชุมชน

ปฏิบัติการของไฮเฟอร์ฯ

โรงเรียนตามพื้นที่สูงหลายแห่งในประเทศไทย มักมีถึงแค่ระดับประถม โอกาสเรียนต่อจึงต้องอยู่ในหอพักนักเรียนที่ไกลออกไป เช่น หอพักในหมู่บ้านแสนสุข อ.แม่จัน จ.เชียงราย ทั้งนี้ จากงบประมาณที่จำกัดในการดูแลเด็ก คนดูแลและเด็กๆจึงพยายามผลิตแหล่งอาหารเองตามความสามารถ

องค์การไฮเฟอร์ฯ ได้แนะนำโครงการเลี้ยงกบที่หอพักแสนสุข เพื่อช่วยนักเรียนด้านอาหาร กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จ เพราะทางหอพักสามารถเลี้ยงกบได้เพียงพอต่อความต้องการ และยังได้เงินเพิ่มจากการขายกบ ช่วยเป็นค่าใช้จ่ายให้กับหอพักได้

แม้แต่ยาเสพติดก็เกี่ยวข้องกับองค์การไฮเฟอร์ฯ การติดยาเสพติดทั้งฝิ่น และยาบ้า ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องของประเทศไทย การฟื้นฟูสภาพของผู้ติดยาเสพติดตามชนบทมักประสบความสำเร็จ เพราะมีสิ่งจูงใจน้อย และมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการกลับไปเสพซ้ำ กระบวนการหนึ่งของการฟื้นฟู และการช่วยเหลือผู้ติดยา คือการสร้างความตระหนักให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ

ณ หมู่บ้านห้วยจันสี อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ องค์การไฮเฟอร์ฯ ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเพื่อฝึกความรับผิดชอบให้แก่ผู้ติดยาผ่านกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลายอย่างการเลี้ยงกบ ผู้เข้าร่วมโครงการมีหน้าที่รับผิดชอบดูแล และให้อาหารสัตว์ จากกิจกรรมนี้ สามารถช่วยให้เขาไม่กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอีกเมื่อโปรแกรมการฟื้นฟูจบลง

Use our interactive map to explore Heifer projects around the world.

Newsletter
Heifer Thailand




Heifer's Mission to End Hunger more


Sustainable Development Foundation

Thai Fund Foundation

Thai NGO

Give Happiness Coordination Center (GHCC)

Andaman Organization for Participatory Restoration of Natural Resource

Loei Fund for Nature Conservation and Sustainable Development

JoKo Learning Center

 
หน้าหลัก | งานของเรา | การมีส่วนร่วม | การให้ | สื่อ | เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา | Heifer International | แผนผังเว็บไซต์

องค์การไฮเฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
3/1 ถ.ทุ่งโฮเต็ล ซอย 1 ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
โทร: 053 304 744 แฟกซ์: 053 304 745 อีเมล์: hpi.thailand@heifer.org
Visitor no. 054962 (Since 10 Mar. 2010)